สุรินทร์สุดแสนลำบากชาวนาเมืองช้างขายข้าวหอมมะลิกข15ได้กิโลกรัมละไม่ถึง8บาทวอนรัฐบาลช่วยอย่าให้ราคาต่ำกว่า10บาทต่อกิโลถึงจะอยู่ได้คุณ ปลาวาฬ

คุณ ปลาวาฬ

สุรินทร์สุดแสนลำบากชาวนาเมืองช้างขายข้าวหอมมะลิกข15ได้กิโลกรัมละไม่ถึง8บาทวอนรัฐบาลช่วยอย่าให้ราคาต่ำกว่า10บาทต่อกิโลถึงจะอยู่ได้คุณ ปลาวาฬ

สุรินทร์-วันนี้( 7 พ.ย. 64 )ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานถึงบรรยากาศการเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิพันธุ์กรมการข้าว(กข.15) ของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งช่วงนี้จะเป็นรอบการเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิ กข.15 ซึ่งเป็นข้าวเบา พบว่าเกษตรกรในพื้นที่ตำบลสลักได อ.เมืองสุรินทร์ ได้ว่าจ้างรถเกี่ยวลงเกี่ยวข้าวที่กำลังสุกได้ที่กันแล้ว เพื่อนำเมล็ดข้าวเปลือกขึ้นมาตากแดดให้แห้ง ก่อนนำไปขายตามโรงสี หรือสถานที่ที่รับซื้อข้าว โดยใช้ระยะเวลาในการตากข้าวประมาณ 3-4 วัน หากฝนตกก็ใช้ระยะเวลาเพิ่มขึ้นอีก โดยพบว่าปีนี้รวงข้าวค่อนข้างสมบูรณ์สวยงาม ผลผลิตก็ข้างดี แต่พบว่าราคาข้าวกับตกต่ำ เมื่อนำข้าวเปลือกไปขายเต็มที่ ได้ กก.ละ 8 บาท บางรายโดนหักค่าความชื้นและความสมบูรณ์ของเมล็ดข้าวด้วย จะเหลืออยู่ประมาณราคา กก.ละ 5-6 บาทเท่านั้น ส่งทำให้เกษตรกรชาวนาจำนวนมาก ที่คาดหวังกับเงินกำไร ที่ลงทุนไปกับการทำนาปีนี้ และหวังจะนำเงินจำนวนนี้ไปใช้หนี้ ส่งลูกเรียน และไว้เลี้ยงดูครอบครัว กลับต้องผิดหวังไปตามๆกัน

นายฮวม พิมพ์งาม ชาวบ้านตะวัน ม.8 ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ บอกว่า ปีนี้ผลผลิตข้าวถือว่าดีอยู่ แต่ราคาข้าวไม่ดีถูกมาก ขายได้กิโลกรัมละ 5-7 บาทเท่านั้น แต่ปุ๋ยที่นำมาหว่านข้าวกระสอบละ 8-9 ร้อยบาท ไม่คุ้มกับการลงทุน แต่ก็ต้องทนทำ เพราะอาชีพของเราคือการทำนา จะทิ้งก็ทิ้งไม่ได้ ตนทำนาทั้งหมด 30 ไร่ เป็นนาที่เช่าเขาทำ ไร่ละ 1 พันบาท ถ้าหักค่าเช่านา ค่าการลงทุนปีนี้ไม่เหลืออะไรเลย ค่าจ้างคนมาช่วยตากก็วันละ 300 บาทแล้วต่อคน ใช้เวลาตากจนข้าวแห้งก็ 3-4 วัน หากฝนตกก็ต้องเพิ่มเวลาวันตากไปอีก ก็อยากให้ทางรัฐบาลช่วยให้ข้าวเปลือกมีราคาสูงขึ้นกว่านี้ ได้ กก.ละ12-13 บาท ชาวนาถึงจะอยู่ได้และพอจะมีกำไรบ้าง ปีนี้ไม่ได้อะไรเลย ขาดทุนกันทุกคน มีแต่คนบ่นว่าข้าวราคาถูกมาก

ขณะที่นางเจียน สมุดทอง ชาวบ้านตะวัน ม.8 ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ บอกว่า ตนทำนาอยู่ 8 ไร่ ผลผลิตไม่ค่อยดีปีนี้ ข้าวเป็นโรครวงข้าวไหม้ ตายเป็นหย่อมๆ ถ้าเฉลี่ยกันแล้ว 8 ไร่ ลงทุนไปค่าปุ๋ยก็กระสอบละ 7-8 ร้อยบาทแล้ว ได้ข้าวแค่นี้จะขายได้กี่ตังค์ ไหนจะลงทุนค่าไถ ค่าหว่าน ค่าปุ๋ย ค่าเกี่ยว ค่าเช่านา ดูแล้วไม่คุ้มหรอกขาดทุน ค่ารถเกี่ยวไร่หนึ่งก็ 550 บาทแล้ว ค่าอุ้มข้าวมาจากนาอีกร้อยหนึ่ง และต้องตากอีก 4 วันกว่าข้าวจะแห้ง เมื่อนำไปขายยังมีหักค่าความชื้นอีก ถ้าข้าวสวยๆราคาอยู่ที่ กก.ละ 8 บาท หักความชื้นอีกจะเหลือที่ 7 บาท ก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยเหลือชาวนาให้อยู่กันได้บ้าง หากให้ข้าวราคาสูงกว่านี้ ถ้าได้ กก.ละ 10 บาทขึ้นไป พวกเราถึงจะอยู่ได้ สรุปแล้วทำนาปีนี้คงไม่ได้ทุนคืนหรอก แต่เราก็ต้องทำเพราะพ่อแม่ของเราพาทำมาตั้งแต่ดั้งเดิมนานแล้ว และก็เป็นอาชีพของเราด้วย

คุณ ปลาวาฬ สุรินทร์สุดแสนลำบากชาวนาเมืองช้างขายข้าวหอมมะลิกข15ได้กิโลกรัมละไม่ถึง8บาทวอนรัฐบาลช่วยอย่าให้ราคาต่ำกว่า10บาทต่อกิโลถึงจะอยู่ได้

เกี่ยวกับผู้เขียน: aphelon

แนะนำ